บลูเบอร์รี่ และบิลเบอร์รี่ เป็นสองชนิดของผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บลูเบอร์รี่และบิลเบอร์รี่มีความแตกต่างทั้งในลักษณะทางธรรมชาติและในการใช้งานทางอาหารและยา
1. ชนิดของพืช
บลูเบอร์รี่ : มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Vaccinium corymbosum และมักพบในภูมิภาคเหนือของอเมริกาเหนือ และบางส่วนของยุโรป มีขนาดใหญ่กว่าบิลเบอร์รี่
บิลเบอร์รี่ : มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Vaccinium myrtillus และพบในป่าสนในยุโรป ลักษณะเด่นคือมีขนาดเล็กกว่าบลูเบอร์รี่
2. ขนาดและสี
บลูเบอร์รี่ : มักมีขนาดใหญ่กว่า และมีสีฟ้าอมม่วง
บิลเบอร์รี่ : มักมีขนาดเล็กกว่า และมีสีน้ำตาลอมม่วง
3. รสชาติ
บลูเบอร์รี่ : มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว
บิลเบอร์รี่ : มีรสชาติเปรี้ยวกว่าบลูเบอร์รี่
4. การใช้งาน
บลูเบอร์รี่ : มักนำไปใช้ในการทำขนม สำหรับผลไม้ หรือรวมในอาหารต่าง ๆ และมักพบในร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต
บิลเบอร์รี่ : มักนำมาใช้ในยาและอาหารเสริม เนื่องจากมีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ มีอะไรบ้าง
บลูเบอร์รี่มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ เช่นเดียวกับผลไม้ที่มีสีเข้ม ๆ อื่น ๆ ที่มีสีแดงหรือม่วง ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ นี่คือบางประโยชน์สำคัญของบลูเบอร์รี่
1. สารต้านอนุมูลอิสระ บลูเบอร์รี่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย เช่นการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเส้นเลือดสมอง
2. การส่งเสริมสุขภาพในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บลูเบอร์รี่มีวิตามินซีและวิตามินเอที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
3. สารสำคัญอื่น ๆ บลูเบอร์รี่มีในระดับสูงของใยอาหาร และมีสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินเค และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งสามารถช่วยในการส่งเสริมสุขภาพระบบประสาท กระดูกและฟัน
4. สารป้องกันโรคต่าง ๆ มีการวิจัยที่เชื่อว่าบลูเบอร์รี่อาจมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม และภาวะซึมเศร้า
5. ส่วนผสมในการลดน้ำหนัก บลูเบอร์รี่มีความหวานและรสชาติที่ดี ทำให้เป็นที่นิยมในเมนูอาหารสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือรักษาน้ำหนัก
ประโยชน์ของบิลเบอร์รี่ มีอะไรบ้าง
บิลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีประโยชน์หลายประการดังนี้
1. สารต้านอนุมูลอิสระ บิลเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อในร่างกายและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะอักเสบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ภูมิแพ้ และภาวะเสี่ยงต่อมะเร็ง
2. สุขภาพสายตา บิลเบอร์รี่มีสารอาหารเช่น เอ และคารอทีโนยอยด์ที่มีประโยชน์ต่อสายตา ช่วยให้ระบบตาและสายตาดำเนินการอย่างปกติและมีสุขภาพดี
3. สุขภาพหัวใจ สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีที่มีอยู่ในบิลเบอร์รี่สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด
4. สารอาหารที่สำคัญ บิลเบอร์รี่เป็นแหล่งของวิตามินซี วิตามินเอ และเลกโทฟลาวอนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน สุขภาพของผิวหนัง และการป้องกันโรคต่าง ๆ
5. การปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด การบริโภคบิลเบอร์รี่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โดยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
6. การส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร ใยอาหารที่มีอยู่ในบิลเบอร์รี่ช่วยกระตุ้นกระบวนการย่อยอาหารและส่งเสริมสุขภาพของทางเดินอาหาร
บลิเบอร์รี่ช่วยเรื่องสายตายังไง
1. วิตามินซี บิลเบอร์รี่มีปริมาณวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้สายตาสามารถทนต่อการเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระได้ และช่วยในการรักษาสุขภาพของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในตา
2. คารอทีโนยอยด์ บิลเบอร์รี่มีสารคารอทีโนยอยด์ที่ชื่อว่าเลูทีน และแซนตีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความสำคัญในการรักษาสุขภาพของดวงตา โดยเฉพาะในการป้องกันความเสียหายจากแสง UV และรังสีสีฟ้าที่มีอันตรายต่อดวงตา
3. สารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ บิลเบอร์รี่ยังมีสารอื่น ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินเบต้า-คารอทีน และโพแทสเซียมซึ่งมีผลในการรักษาสุขภาพด้านต่าง ๆ ของดวงตา
*** การบริโภคบิลเบอร์รี่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพตา เพิ่มปริมาณผลไม้และผักที่มีสีสันเข้ม เช่น บิลเบอร์รี่ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสายตาที่เกิดจากการเสื่อมสภาพและภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสี่ยงต่อแสง UV และรังสีสีฟ้าจากแหล่งที่มาต่าง ๆ ได้ ***
Dextra Wiirook Plus บำรุงสายตา
มีบิลเบอร์รี่เป็นสารสกัดบำรุงสายตาด้วย Dextra Wiirook Plus เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดบำรุงสายตาจากบิลเบอร์รี่อยู่ในส่วนผสม แต่ข้อมูลเกี่ยวกับสารสกัดนี้อาจต้องการการตรวจสอบเพิ่มเติมจากฉลากสินค้าหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บิลเบอร์รี่เป็นแหล่งที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตา เช่น เลูทีน และแซนตีน ที่ช่วยปกป้องดวงตาจากการทำลายของแสง UV และรังสีสีฟ้า ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการรักษาสุขภาพและความสามารถในการมองเห็น
และยังมีสารสกัดอีก2ตัว ที่ช่วยเรื่องสายตา คือ ดอกดาวเรือง และซีบัคธอร์น ดอกดาวเรืองมักถูกนำมาใช้เพื่อสุขภาพตา เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะต่างๆ เช่น ต้อหิน, กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง, หรือต้อกระจกตาแตกต่างๆ ส่วนซีบัคธอร์นมักมีประโยชน์ต่อการลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อในตาค่ะ แต่คุณอาจต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่มาเพื่อความแน่ใจกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่